ตำนานโศกนาฏกรรม มิวนิค 1958 ร่วมรำลึกถึงปีศาจแดง

มิวนิค 1958

มิวนิค 1958 น่าจะเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่หลายคนยังไม่ลืม แน่นอนว่าอุบัติเหตุเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้กับมนุษย์ทุกคนไม่ว่าจะทำอาชีพอะไร เช่นเดียวกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในข่าววงการฟุตบอล ทั้งในสนามและนอกสนาม แต่ละครั้งนำมาซึ่งความสูญเสียและความเศร้าโศกของแฟนบอลและครอบครัวของนักฟุตบอล เช่นเดียวกับเหตุการณ์ นี้เมื่อเครื่องบินที่โดยสายสารนักเตะของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ลื่นไถลออกจากรันเวย์จนเกิดเหตุน่าเศร้า เมื่อปี 1958 

มิวนิค 1958

เหตุการณ์มิวนิค 1958เกิดขึ้นในยุคที่ “ปีศาจแดง” อุดมไปด้วยนักเตะชั้นนำมากมายภายใต้การคุมทีมของ แม็ตต์ บัสบี้ จนนักเตะชุดนั้นได้รับฉายาว่า “บัสบี้ เบ็บบ์” พวกเขาคว้าแชมป์ดิวิชั่น 1 (เดิม) มาครองได้ในปีฤดูกาล 1956 – 1957 พร้อมคว้าสิทธิ์ไปลงแข่งขันถ้วยยูโรเปี้ยนคัพในฤดูกาลถัดมา ในการแข่งขันครั้งนั้นนักเตะของ แมตต์ บัสบี้ ทำผลงานได้เป็นอย่างดีสามารถบุกตะลุยมาจนถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายโดยพวกเขาต้องพบกับ เรดสตาร์ เบลเกรด ทีมดังจากประเทศยูโกสลาเวีย (ปัจจุบันคือเซอร์เบีย) ในเกมแรก ยูไนเต็ด เอาชนะมาได้ 2 – 1 ก่อนที่ในเกมนัดที่สองที่บ้านของเบลเกรดเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ ปี 1958 ทั้งสองทีมจะเสมอกันไป 3 – 3 

มิวนิค 1958 ย้อนรำลึกเหตุการณ์สะเทือนขวัญ จนเป็นตำนาน WE’LL NEVER DIE

มิวนิค 1958

เรื่องสะเทือนขวัญของมิวนิค 1958เกิดหลังจากจบเกมนั้น นักเตะของ แมนฯ ยูไนเต็ด เดินทางด้วยเครื่องบินโดยสารสายการบินบริติชยูโรเปี้ยนแอร์เวย์ส เที่ยวบินที่ 609 เดินทางจากเบลเกรดสู่จุดหมายที่เมืองแมนเชสเตอร์ มีผู้โดยสารทั้งหมด 44 คน วันนั้นเป็นวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ปี 1958  ทุกอย่างดำเนินไปได้ด้วยดีจนกระทั่งเครื่องต้องแวะจอดเติมเชื้อเพลิงที่กรุงมิวนิคประเทศเยอรมนีท่ามกลางพายุหิมะ หลังจากนั้นกัปตันพยายามที่จะนำเครื่องขึ้นถึง 3 ครั้งด้วยกัน และในครั้งที่ 3 เครื่องไม่สามารถขึ้นได้และไถลออกนอกรันเวย์พุ่งชนกับรั้วกั้นจนเกิดการระเบิดมีผู้เสียชีวิตทันที 22 คน เป็นนักเตะและทีมงานของ “ปีศาจแดง” ถึง 10 คนด้วยกัน คนที่เหลือถูกนำส่งโรงพยาบาลเป็นการด่วนก่อนที่อีก 15 วันต่อมา ดันแคน เอ็ดเวิร์ด ดาวเตะอีกคนของยูไนเต็ด ได้เสียชีวิตเป็นรายสุดท้าย สรุปเหตุการณ์มิวนิค 1958มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 23 คน แม้ว่าวันเวลาจะผ่านเลยมาหลายสิบปีแต่แฟนบอลของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รวมถึงแฟนบอลทั่วโลกยังไม่เคยลืมเหตุการณ์นั้นและยังคงระลึกถึงนักเตะที่เสียชีวิตอยู่เสมอ  

%d bloggers like this: